BEOGAMING : สิ่งที่ โธมัส ทูเคิ่ล ควรที่จะทำกับ เชลซี

BEOGAMING

สิ่งที่ โธมัส ทูเคิ่ล ( Thomas Tuchel ) ควรที่จะทำกับ เชลซี

ในวงการฟุตบอลมันไม่บ่อยครั้งนักที่กุนซือซึ่งเคยพาทีมคว้าแชมป์จะโดนไล่ออก แต่สำในวงการฟุตบอลมันไม่บ่อยครั้งนักที่กุนซือซึ่งเคยพาทีมคว้าแชมป์จะโดนไล่ออก แต่สำหรับ เชลซี สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่มี โรมัน อบราโมวิช มหาเศรษฐีชาวรัสเซียเป็นเจ้าของทีมนั้น มันเป็นเรื่องปกติที่ตำแหน่งผู้จัดการทีมจะเป็นเหมือนเก้าอี้ดนตรี

BEOGAMING : โค้ชชื่อดังอาทิ โชเซ่ มูรินโญ่, คาร์โล อันเชล็อตติ, อันโตนิโอ คอนเต้ รวมถึง เมาริซิโอ ซาร์รี่ ต่างโดย อบราโมวิช เชือดทิ้งมาแล้วทั้งสิ้น และ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ก็เป็นเหยื่อยรายล่าสุดที่ตะเพิดเมื่อวันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมาหลังจากทำผลงานได้อย่างย่ำแย่

ขณะเดียวกัน โธมัส ทูเคิ่ล ได้รับการแต่งตั้งให้เข้ามารับเผือกร้อนต่อจาก แลมพาร์ด ซึ่งก่อนหน้านี้ เทรนเนอร์ชาวเยอรมัน ทำผลงานได้เป็นอย่างดีกับอดีตทีมเก่าอย่าง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง

อย่างไรก็ตาม ทูเคิ่ล ต้องเข้ามาแก้ปัญหาหลายๆอย่างในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ แม้ เชลซี จะมีขุมกำลังนักเตะพร้อมแค่ไหนก็ตาม และนี่คือสิ่งที่ กุนซือวัย 47 ปี ควรทำอย่างเร่งด่วนหลังเข้ามาเป็นนายใหญ่ “สิงโตน้ำเงินคราม” BEO123

1.หาแผงมิดฟิลด์ตัวจริง

จอร์จินโญ่, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, มัตเตโอ โควาซิช, เมสัน เมาท์,  ฮาแวร์ตซ์ และ บิลลี่ กิลมัวร์ คือรายชื่อผู้เล่นกองกลางทั้งหมดของ เชลซี ชุดนี้ แต่ในช่วงที่ผ่านมา แลมพาร์ด ยังหาแผงมิดฟิลด์ที่เป็นตัวหลักไม่ได้เลย ในช่วงแรกที่ ทูเคิ่ล ไปคุม เปแอสเช ก็เจอปัญหาแบบนี้เช่นกัน เขามีเพียง มาร์โก แวร์รัตติ มิดฟิลด์ทีมชาติอิตาลี เป็นตัวหลักในแดนกลาง และใช้ อังเคล ดิ มาเรีย กับ ยูเลี่ยน ดรักซ์เลอร์ เป็นตัวขับเคลื่อนเกมก่อนที่เขาจะคว้าตัว อิดริสซ่า เกย์ กับ อันเดร์ เอร์เรร่า เข้ามาเสริมความมั่นคงมากขึ้น สำหรับแผงกองกลางของ เชลซี นั้น ทูเคิ่ล ต้องตัดสินใจว่า ใครจะเล่นในบทบาทหมายเลข 6, 8 และ 10 ในการยืนระยะทำศึกช่วงครึ่งฤดูกาลหลัง

 2.ให้โอกาสเยาวชนต่อไป

ถึง แลมพาร์ด จะอำลาทีมไปแล้ว แต่เขาก็ทิ้งมรกดชิ้นงามไว้ให้กับ เชลซี มากมาย โดยนักเตะดาวรุ่งอย่าง อับราฮัม, เมาท์, รีส เจมส์ และ คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย ต่างพากันแจ้งเกิดได้อย่างยอดเยี่ยม และ ทูเคิ่ล น่าจะเข้ามาสานต่อในการพัฒนาแข้งอนาคตไกลเหล่านี้ต่อไปได้

ทูเคิ่ล เคยทำงานร่วมกับดาวรุ่งมากพรสวรรค์มากมายสมัยที่คุม ดอร์ทมุนด์ รวมทั้งสุดยอดกองหน้าอายุน้อยอย่าง คีเลียน เอ็มบัปเป้ ที่ เปแอสเช ดังนั้น เชลซี ก็จะได้เทรนเนอร์ที่สามารถเข้ามาต่อยอดความสำเร็จในสถาบันเยาวชนของพวกเขาได้ แม้บรรดาดาวรุ่ง เชลซี ที่กล่าวมาทั้งหมดอาจไม่ได้เป็นตัวเลือกในระยะยาวที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ เนื่องจากนโยบายทุ่มเงินของ โรมัน อบราโมวิช แต่พวกเขาก็ถือเป็นกำลังเสริมชั้นดีที่ทำให้ “สิงโตน้ำเงินคราม” มีนักเตะหมุนเวียนทำศึกหลาย ๆ รายการในอนาคต

3.หาตำแหน่งที่เหมาะสมให้กับ ไค ฮาแวร์ตซ์

ฮาแวร์ตซ์ กลายเป็นเหยื่ออีกรายที่ถูก แลมพาร์ด จับไปเล่นในตำแหน่งที่ไม่ถนัดทั้งที่ดาวเตะชาวเยอรมันเคยโชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอดกับ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ต้นสังกัดเก่าในบทบาทมิดฟิลด์ตัวรุกหมายเลข 10 และกองกลางหมายเลข 8 ฮาแวร์ตซ์ ถูกคว้าตัวมายังถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ด้วยค่าตัวเป็นสถิติสโมสร 72 ล้านปอนด์ และมันก็เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าตัวจะเจอความกดดันถาโถมใส่อย่างหนักถึงแม้ว่าเขาจะเพิ่งมีอายุเพียง 21 ปี ก็ตาม อดีตเด็กปั้น เลเวอร์คูเซ่น เป็นมิดฟิลด์ที่มีร่างกายแข็งแกร่ง และพาบอลทะลุทะลวงเข้าไปเล่นในกรอบเขตโทษคู่แข่งได้เป็นอย่างยอดเยี่ยม ซึ่ง ทูเคิ่ล ก็รู้ถึงจุดเด่นของ ฮาแวร์ตซ์ เป็นอย่างดีหลังเคยเห็นฝีเท้าในเยอรมันมาแล้ว ในเวลานี้อยู่ที่ว่า ทูเคิ่ล จะหาตำแหน่ง และแท็คติคที่เหมาะสมให้กับ ฮาแวร์ตซ์ ได้เร็วแค่ไหน ซึ่งหากหาจุดที่ลงตัวได้มันก็เป็นผลดีกับ เชลซี ในระยะยาวด้วยเช่นเดียวกัน

4.เลือกกองหน้าเบอร์ 1

ภายใต้การคุมทีมของ แลมพาร์ด โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์, แทมมี่ อับราฮัม และ แวร์เนอร์ ต่างก็ต้องแข่งขันกันเพื่อตำแหน่งตัวจริงในแดนหน้า นอกจากนี้ เชลซี ยังตกเป็นข่าวว่า อยากได้ เออร์ลิง ฮาแลนด์ หัวหอกตัวเก่ง ดอร์ทมุนด์ มาล่าตาข่ายอีกด้วย ขณะเดียวกัน ดูเหมือนว่า จะไม่มีใครก้าวขึ้นมาเล่นในตำแหน่งศูนย์หน้าหมายเลข 9 ได้ดีเลยนับตั้งแต่ ดิเอโก้ คอสต้า ดาวยิงชาวสเปนอำลาสโมสรไป และ ทูเคิ่ล ต้องตัดสินใจเลือกกองหน้าตัวหลักให้กับ เชลซี ได้แล้ว ชิรูด์ เก่งในลูกกลางอากาศแต่อายุ 34 ปีแล้ว อับราฮัม มีสภาพร่างกายแข็งแกร่งแต่ยังต้องรอประสบการณ์มากกว่านี้ ส่วน แวร์เนอร์ โดดเด่นในบทบาท False9 แต่ฟอร์มตก ทั้งหมดนี้เป็นปัญหาที่ ทูเคิ่ล ต้องเผชิญก่อนที่จะสร้างแท็คติคการเข้าทำรอบๆกองหน้าตัวหลักที่เขาไว้ใจจนกว่าจะมีทางเลือกอื่นในซัมเมอร์

อ้างอิงจาก : BEOGAMING

นำเสนอโดย : BEO123

BEOGAMING : ดิโอโก้ โชต้า Diogo José Teixeira da Silva หรือ รู้จักกันในนาม ดิโอโก้ โชต้า

BEOGAMING

Diogo José Teixeira da Silva หรือรู้จักกันในนาม ดิโอโก้ โชต้า

เขาเกิด วันที่4 ธันวาคม 1996 เมืองปอร์โต ประเทศโปรตุเกส ปัจจุบันอายุ23ปี สังกัดสโมสร ลิเวอร์พูล และกำลังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม แต่กว่าที่เขาจะได้มาเซ็นสัญญากับ สโมสรลิเวอร์พูล เส้นทางอาชีพฟุตบอลของเขานั้น เริ่มต้นมาอย่างไร บทความน่ารู้จาก BEOGAMING จะพามาทำความรู้จักกับเขาคนนี้ ดิโอโก้ โชต้าแบบเต็มๆได้เลย

BEOGAMING : ในปี 2005 – 2013 ดิโอโก้ โชต้า เริ่มเล่นฟุตบอลเยาวชนกับ กงดูมาร์ และปี 2013 – 2015 ปากอส เดอ เฟร์เรยร่า และเริ่มขึ้นชุดใหญ่ ปากอส เดอ เฟร์เรยร่า 

ในฤดูกาล 2015-16 เขายังได้สร้างสถิติที่ยอดเยี่ยมขึ้นมา ด้วยการที่เขาสามารถทำประตูไปได้ถึง 14 ประตู และ แอสซิสต์ 10 ครั้ง จากการลงแข่งขันในทุกรายการ ส่งผลให้ ดิโอโก้ โชต้า กลายเป็นนักเตะดาวรุ่งวัย 19 ปี ที่มีผลงาน และฟอร์มเล่นดีที่สุด

จากฟอร์มการเล่นที่ร้อนแรงของ ดิโอโก้ โชต้า ส่งผลให้เขา กลายเป็นนักเตะดาวรุ่ง ที่น่าจับตามอง และ ดิโอโก้ โชต้า มีชื่อเสียงขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ทำให้มีหลายสโมสรยักษ์ใหญ่ในประเทศโปรตุเกส เริ่มให้ความสนใจที่อยากจะคว้าตัวเขาเข้ามาร่วมทีม  

ก่อนที่ แอตเลติโก้ มาดริดจะเซ็นสัญา ในปี 2016-2017 แต่ไม่สามารถที่จะเข้าสู่ทีมชุดใหญ่ และ ไม่มีโอกาสลงเล่นแม้แต่เกมเดียว ซึ่งตอนนั้น ทางแอตเลติโกมาดริด มีสตาร์ ที่โด่งดัง และเป็นยอดดาวยิงอยู่มากมาย อาทิเช่น เฟอร์นันโด ตอเรส ,อองตวน กรีซมันน์ ทำให้โอกาสที่จะไดลงสนาม มีน้อยมาก

จึงตัดสินใจ ย้ายไปปอร์โต ในรูปแบบของการยืมตัวในฤดูกาล 2016 -2017 เขาลงเล่นไป ทั้งหมด27นัด ยิง8ประตู และปี 2017-2018 เขาตัดสินใจ ย้ายไปวูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอร์เรอร์ส ในรูปแบบ ของการยืมตัวเช่นกัน ซึ่งได้รับการติดต่อจากอดีตโค้ชปอร์โตคนเก่า ที่พร้อมจะสร้างให้ดาวยิงรายนี้ แสดงศักยภาพออกมา ให้ได้มากที่สุด 

และด้วยฟอร์มการเล่นที่ร้อนแรง และการปรับตัวกับสไตล์ฟุตบอลอังกฤษ เขาสามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วส่งผลให้เขากลายเป็นขุนพลตัวสำคัญ ที่ทีมขาดไม่ได้ และสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เขาพาทีม วูล์ฟแฮมตัน วันเดอร์เรอร์ส คว้าแชมป์ในศึกเดอะแชมเปี้ยนชิพฤดูกาล 2017-18 ได้ในที่สุด และเลื่อนชั้นขึ้นมาสู่ พรีเมียร์ลีก ได้สำเร็จทำให้บอร์ดบริหารของสโมสร วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอร์เรอร์สไม่รอ และจะตัดสินใจซื้อขาดมาจาก แอตเลติโก้ มาดริดในทันทีด้วยค่าตัวประมาณ 14ล้านยูโร 

เขายังคงทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมตลอด 2ฤดูกาล หลังจากพาทีมคว้าเดอะแชมป์เปี้ยนชิพ และเลื่อนขั้นขึ้นมาสู่ พรีเมียร์ลีก ดิโอโก้โชต้ากับเพื่อนร่วมทีมพาสโมสรสรวูล์ฟแฮมตัน วันเดอร์เรอร์สติดอันดันดับต้นๆของตารางคะแนน 2ซีซั่นติด จากฟอร์มอันร้อนแรงทำให้เจอเก้นคล็อปป์ เฮดโค้ชของสโมสรลิเวอร์พูลขณะนั้น ที่กำลังมองหาแนวรุกที่จะนำมาประสานงานกับ ซาดิโอ มาเน่ โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ และโรแบร์โต้ ฟีร์มิโน เพื่อลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาล2020 จัดการดึงตัวเขา เข้ามาอยู่กับสโมสรลิเวอร์พูล

 ดิโอโก้ โชต้า กองหน้าสารพัดประโยชน์ ได้ทำให้เห็นถึงคุณภาพที่มีในตัวเขา กับการลงเล่นบนเวทีพรีเมียร์ลีกมากขึ้น ในการเล่นให้กับลิเวอร์พูลของเจอร์เก้น คล็อปป์ หลังจากเซ็นสัญญญาระยะยาว ด้วยค่าตัว 45 ล้านปอร์น และ สวมเสื้อเบอร์ 20 ต่อจากอดัมลัลลาน่า BEO123

ที่หมดสัญญา และ ย้ายออกจากทีมไป ซึ่งคล็อปป์มีความชื่นชอบในตัวของโชต้าป็นทุนเดิมอยู่แล้ว “ผมชอบ ดีโอโก้ ตั้งแต่เกมแรกที่ผมเห็นเขาเล่นให้ วูล์ฟส์ นั่นคือเรื่องจริง” คล็อปป์ กล่าว 

และ ยังกล่าวอีกว่า เขานั้น รอที่จะเซ็นสัญญากับแนวรุกโปรตุเกส รายนี้มา สามปีแล้ว เพราะ โชต้าเป็นส่วนผสมที่ลงตัว ของทีม เขาสามารถเล่นได้ทุกตำแหน่งในแนวรุก ไม่ว่าจะเป็นกองหน้าฝั่งซ้าย ตัวกลาง ฝั่งขวา หรือเป็นกองกลางตัวรุก ดิโอเก้ โชต้า เป็นนักเตะที่มีความอดทน มีระเบียบวินัยสูง และ ทำตามแท็คติคของโค้ชได้อย่างดีเยี่ยม 

โดย ดิโอโก้ กล่าวหลังย้ายมาร่วมทีม ลิเวอร์พูลว่า “มันเป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นสำหรับผม และครอบครัวเป็นอย่างมาก กับการย้ายมาร่วมทีมอย่างลิเวอร์พูล ซึ่งเป็นแชมป์สโมสรโลก นั้นเป็นอะไรที่น่าเหลือเชื่อ ผมมีความพร้อมมาก นี่คือหนึ่งในทีมที่ดีที่สุดของโลก ในเวลานี้ ก็เพราะพวกเขา คือแชมป์โลก” 

หลังจากที่เขา เข้ามาเป็นนักเตะของทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูล เขาใช้เวลาปรับตัว และ เรียนรู้กับสไตล์การเล่นของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ได้อย่างรวดเร็ว และโชว์ฟอร์มอันร้อนแรง ในนัดยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีก ที่ออกไปเยือน อตาลันต้า และ เขาตอบแทนในการออกสตาร์ทเป็นตัวจริง กดแฮตทริกแรกของตนเองกับสโมสรลิเวอร์พูลได้สำเร็จ

ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจาก : BEOGAMING

นำเสนอโดย : idrawcomics.net